ถ้าพูดถึงระบบปฏิบัติการของ Apple เราก็มักจะนึกถึงเรื่องความเสถียรและใช้งานได้ไม่มีปัญหามากนัก แต่ในยุคหลัง ๆ เราจะเห็นว่าซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่ ๆ เจอบั๊กกันมากขึ้น ล่าสุดเลยมีรายงานว่า Apple สั่งทีมหยุดเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ และหันมาแก้บั๊กอย่างจริงจังขึ้น!

โดย Mark Gurman รายงานว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน Apple สั่งหยุดการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการที่จะเปิดตัวในปีหน้าอย่าง iOS 18, macOS 15, watchOS 11 หรือ tvOS 18 ชั่วคราวเพื่อพยายามแก้บั๊กและปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างจริงจัง

วงในบอกกับ Gurman ว่าด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่กําลังจะมีขึ้น ทีมงานเจอบั๊กมากเกินไปในการทดสอบภายใน ซึ่งทำให้ทีมต้องใช้เวลา 1 สัปดาห์เต็มเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้นครับ
ตามรายงานยังกล่าวว่าตอนนี้ iOS 18, macOS 15, watchOS 11 ผ่านการพัฒนาขั้นเริ่มต้นเรียบร้อย แต่ก็อย่างที่บอกไปด้วยบั๊กที่เจอมากมาย จึงทำให้ตอนนี้หยุดการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ต่อเพื่อปรับปรุงในจุดนี้ก่อน แต่เชื่อว่าแผนการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมดยังคงเป็นช่วงเดิม ไม่เลื่อนออกไปครับผม
ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าซอฟต์แวร์ในยุคหลัง ๆ ของ Apple นั้นเจอปัญหาอยู่บ้าง และการที่ทีมงานเลือกหยุดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่และหันมาใส่ใจกับปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะเป็นเรื่องดีกว่าจริง ๆ เนาะ
ที่มา : Macrumors