รีวิว vivo Y39 5G สมาร์ตโฟนเอาอยู่ทุกความท้าทาย พลังแบต BlueVolt 6500mAh ใช้งานครบวัน ดีไซน์ทนทานและสเปคเร็วแรง

โดย Shine

รีวิว vivo Y39 5G สมาร์ตโฟนที่มาในสโลแกนที่ชูโรงเรื่องความทนทานอย่าง “เอาอยู่ทุกความท้าทาย” ซึ่งเป็นประโยคที่บอกเลยว่ารุ่นนี้มาพร้อมความทนทาน แข็งแกร่ง ตั้งแต่แบตเตอรี่ BlueVolt ขนาดใหญ่ถึง 6500mAh ทำให้เราได้ใช้งานแบบครบวันแน่นอนแบบ “เอาอยู่ทุกการใช้” (ในรีวิวนี้เรามีการทดสอบให้ชมกันด้วยตั้งแต่แบต 100% จนเหลือ 1%) รวมถึงชิปเซ็ตที่ใช้อย่าง Snapdragon 4 Gen 2 สำหรับรุ่นเล็กแต่ใช้านได้ไหลลื่นครับ รวมถึงยังมีฟีเจอร์น่าสนใจอีกเพียบที่ได้มาแบบคุ้มค่ามากๆ

สรุปสเปค vivo Y39 5G

  • ขนาดตัวเครื่อง : 165.70 × 76.30 × 8.19 มม. (Ocean Blue) หรือ 165.70 × 76.30 × 8.09 มม. (Galaxy Purple)
  • น้ำหนัก : 206 กรัม (Ocean Blue) หรือ 205 กรัม (Galaxy Purple)
  • หน้าจอแสดงผล LCD ขนาด 6.68 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1608 x 720 พิกเซล), 264 PPI รองรับ Refresh Rate 120Hz, 83% NTSC และความสว่างสูงสุด 1000nits
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 4 Gen 2 Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.2GHz
  • RAM : 8GB LPDDR4X
  • ROM : 256GB UFS 3.1
  • กล้องถ่ายรูปด้านหลัง 2 เลนส์ดังนี้
    • เลนส์หลัก 50MP รูรับแสง f/1.8
    • เลนส์ Bokeh 2MP รูรับแสง f/2.4
  • กล้องหน้า 8MP รูรับแสง f/2.0
  • ระบบปฏิบัติการ Android 15 ครอบทับด้วย Funtouch OS 15
  • รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 5, Bluetooth 5.1 และพอร์ต USB Type-C
  • แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6500mAh ชาร์จเร็ว 44W FlashCharge

มาเริ่มแกะกล่องกันเลย

กล่องของ vivo Y39 5G ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสีไหนก็ได้หน้าปกเหมือนกันครับ คือมีชื่อรุ่นพร้อมด้วยตัวเครื่องที่เป็นสีม่วง (Galaxy Purple)

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ก็ครบถ้วนทั้งหมด ตามนี้เลย

  • ตัวเครื่อง vivo Y39 5G พร้อมติดฟิล์มกันรอย
  • อะแดปเตอร์ชาร์จ 44W FlashCharge
  • สาย USB Type-C
  • เคสใส
  • เข็มเปิดถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ดีไซน์ทันสมัย ดูดีในระดับพรีเมียม!

ดีไซน์ของ vivo Y39 5G ได้ความสวยงามตามแบบฉบับของ vivo Y Series อยู่แล้วครับ โดยรุ่นนี้มาด้วยกัน 2 สี คือ Galaxy Purple และ Ocean Blue ซึ่งความโดดเด่นของแต่ละสีก็ต่างกันชัดเจน เดี๋ยวเราพามาดูกันทีละสีเลยครับ

มาดูสีม่วง Galaxy Purple กันก่อนเลย สีนี้จะได้ฝาหลังแบบผิวด้าน เป็นเฉดสีม่วงที่มีการสะท้อนแสงออกมาเป็นสีม่วงอ่อนไปจนถึงม่วงเข้ม ขึ้นอยู่กับแสงที่ตกกระทบ ทั้งยังมีลวดลายกลิตเตอร์เล็กๆ ที่ประดับอยู่ทั่วฝาหลังด้วย

และในสีม่วง Galaxy Purple จะได้ความสวยงามแบบคมเข้ม ดูมีมิติ และมีเสน่ห์มากจริงๆ ครับ

มาต่อกันที่สีฟ้า Ocean Blue เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสบายตา ใครชื่นชอบโทนสีนี้ต้องหลงรักแน่นอน โดยจะมีพื้นผิวมันเงาสวยงาม ซึ่งสีฟ้านี้จะมีการไล่ระดับชัดเจนเป็นสีฟ้าอ่อนไปจนถึงสีฟ้าเข้ม

ที่สำคัญยังมีมิติด้วยความระยิบระยับทั่วฝาหลัง มีความคล้ายแสงแดดที่ตกกระทบคลื่นน้ำ

นอกจากนี้ทั้ง 2 สีจะได้ขอบตัวเครื่องที่เป็นแบบมันเงาที่มีการตัดกับดีไซน์ของสีที่ฝาหลังอีกด้วย

vivo Y39 5G ยังมีตัวเครื่องที่ค่อนข้างบางมากๆ เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ที่ให้มาสูงถึง 6500mAh โดยเครื่องสีม่วง Galaxy Purple บางเพียง 8.09 มม. เท่านั้น ส่วนสีฟ้า Ocean Blue จะหนาขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ 8.19 มม. ซึ่งพอลองจับแล้วก็ไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างเรื่องความหนาเท่าไหร่เลย รวมถึงน้ำหนักก็ไม่ได้ต่างกันด้วย อยู่ที่ 205 กรัม และ 206 กรัม ตามลำดับครับ

โมดูลกล้องเสมือนเรือธงแบบสุดพิเศษ

ความสวยงามไม่ได้อยู่แค่ที่ฝาหลังเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโมดูลกล้องด้วย ซึ่งจะมีความคล้ายกับที่ใช้ในสมาร์ตโฟนเรือธง ที่กรอบโมดูลจะมีลวดลายเพชรล้อมรอบทั่วทั้งวง มีการเพิ่มระดับชั้นที่ 2 ขึ้นมาเป็นสีของแต่ละเครื่อง โดยจุดนี้ทำให้การออกแบบมีความคล้ายกับนาฬิกาหรู ทำให้เราได้สัมผัสถึงความสวยงามและพรีเมียมจริงๆ

หากดูให้ชัดๆ ตรงของวงแหวนจะมีความคล้ายเซรามิก ให้ความเงางาม ทำให้ฐานกล้องหลังมีความโดดเด่นชัดเจนยิ่งขึ้นไปด้วยครับ

และที่มุมขวาของฝาหลังเราจะเห็นคำว่า “ASPH” ด้วย ซึ่งจะเป็นการการันตีถึงคุณภาพของชิ้นเลนส์กล้องที่รวมแสงได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้การถ่ายภาพนั้นชัดเจนมากขึ้นด้วยครับ 

เอาอยู่ทุกการใช้งานด้วยโครงสร้างป้องกันการกระแทกทั้งตัวเครื่อง

vivo Y39 5G เอาอยู่ทุกการใช้งานทุกสถานการณ์ เพราะรอบตัวเครื่องมีความทนทานจากการป้องกันการกระแทก มีความสามารถในการซึมซับแรงกระแทกเพื่อป้องกันความเสียหายภายในของฮาร์ดแวร์จากการตกหล่น โดยเฉพาะจุดตรงมุมหน้าจอ ช่องใส่เมนบอร์ด และแบตเตอรี่ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้คือสิ่งสำคัญมากหากเกิดความเสียหาย ก็แทบจะต้องเสียเงินเหมือนซื้อเครื่องใหม่เลยทีเดียวครับ

สำหรับความทนทานและการเอาอยู่ในการป้องกันตัวเครื่อง ยังผ่านการรองรับมาตรฐาน SGS ระดับ 5 ดาว และผ่านการทดสอบจากมาตรฐานการตกกระแทกทางทหารสหรัฐอเมริกา รวมถึงการใช้กระจกหน้าจอจากสัญชาติเยอรมัน อย่าง SCHOTT Xensation® α อีกด้วย

ทนน้ำ-ทนฝุ่น IP64

ในเรื่องความแข็งแกร่ง vivo Y39 5G เอาอยู่ไปแล้ว ก็ยังมาพร้อมมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่น IP64 ที่สามารถโดนละอองน้ำได้สบายมากๆ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นฝนตก ที่สัมผัสหน้าจอได้ต่อเนื่องแม้มือเปียก รวมถึงกันฝุ่นเมื่อเราเดินบนถนนที่อาจมีการก่อสร้างเยอะ

หน้าจอขนาดใหญ่ พร้อมใช้งานไหลลื่นแบบ 120Hz

vivo Y39 5G ยังมาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่แบบ LCD ขนาด 6.68 นิ้ว ซึ่งใหญ่เพียงพอให้เราใช้งานด้านความบันเทิงได้แบบเต็มตาบนความละเอียด HD+ ทั้งยังแสดงผลสีได้ชัดด้วยมาตรฐาน 83% NTSC และยังสู้แสงได้ดีด้วยความสว่างสูงสุดที่ 1000nits

ในเรื่องความไหลลื่นในการใช้งานหรือเล่นเกม รุ่นนี้เอาอยู่แน่นอนเพราะมาพร้อม Refresh Rate 120Hz ซึ่งใช้งานได้ติดนิ้ว ไม่มีสะดุด ทั้งนี้ ก็ยังมาพร้อมการผ่านการรับรองจาก TÜV Rheinland ที่ปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า ลดความเมื่อยล้าดวงตาเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน

ดูรอบเครื่องกันต่อเลย !

มาดูรอบๆ เครื่องกันต่อเลยครับ โดยกล้องหน้าจะเป็นแบบ Punch Hole ที่อยู่ตรงกลางหน้าจอ และแถบด้านบนมีช่องลำโพงสำหรับการสนทนาที่ใช้เป็นลำโพงสเตอริโอได้

ฝั่งซ้ายจะเป็นช่องใส่ซิมแบบ 2 ช่อง (ไม่มีช่องสำหรับ MicroSD)

ด้านขวาจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง รวมถึงปุ่ม Power ที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือได้เช่นกัน

ที่ด้านล่างเครื่องจะมีไมโครโฟนตัวที่ 1 พอร์ต USB Type-C และลำโพงสเตอริโออีกตัวครับ

ส่วนไมโครโฟนตัวที่ 2 เพื่อตัดเสียงรบกวนจะอยู่ทางด้านบนครับ

ท้ายสุดที่ด้านหลังจะเป็นโมดูลกล้องทรงกลม มีกล้องหลัง 2 เลนส์ที่เรียงเป็นแนวตั้ง และมีไฟแฟลชทรงกลมที่ด้านขวา

ซอฟต์แวร์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน

รันบน Android 15 พร้อมใช้งานฟีเจอร์หลักๆ ได้ครบ

vivo Y39 5G แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 15 ครอบทับด้วย Funtouch OS 15 ที่ได้ความไหลลื่นและความปลอดภัยของระบบได้เป็นอย่างดีครับ ทั้งยังเอาอยู่ในเรื่องการจัดสรรการทำงานในพื้นหลังของระบบอีกด้วย ทำให้การใช้งานมีความไหลลื่นและช่วยประหยัดพลังงานขั้นสูงอีกด้วย

ลำโพงคู่ เพิ่มพลังเสียงได้สูงสุดถึง 400%

เรียกว่าลำโพงของ vivo Y39 5G ไม่ได้เล็กตามราคาเลย เพราะจัดหนักมาให้แบบลำโพงสเตอริโอคู่ ใช้งานได้เต็มที่ทั้งดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม เสียงมีมิติและคมชัดเลยทีเดียว รวมถึงยังเพิ่มพลังของเสียงได้สูงสุดถึง 400% ด้วย

สแกนลายนิ้วมือด้านข้างได้รวดเร็ว

ในความปลอดภัย ไม่ใช่แค่รหัสผ่านทั่วไปเท่านั้น แต่ยังรองรับการสแกนลายนิ้วมือที่ใส่ไว้ข้างตัวเครื่อง การใช้งานมีความปลอดภัยสูงและแม่นยำ

ประสิทธิภาพ การเล่นเกม และแบตเตอรี่

ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 4 Gen 2 รุ่นเล็กแต่ใช้งานได้ไหลลื่นเกินราคา

vivo Y39 5G ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 4 Gen 2 ซึ่งเป็นชิปแบบ Octa Core ความเร็ว Clock สูงสุด 2.2GHz และมาในขนาดเล็กเพียง 4nm เท่านั้น พอใช้งานร่วมกับ Funtouch OS 15 มีความไหลลื่น ตอบสนองได้เร็ว ไม่มีหน่วงหรือกระตุกเลย โดยรุ่นนี้เอง vivo ก็การันตีการใช้งานแบบไหลลื่นและเสถียรนานถึง 50 เดือน

RAM 8GB เสริมได้อีก 8GB Extended RAM

RAM 8GB ที่ให้มาในรุ่นนี้ รองรับ Extended RAM อีก 8GB รวมเป็น 16GB ครับ ซึ่งจะช่วยให้ระบบทำงานในพื้นหลังได้มากขึ้น สลับแอปพลิเคชั่นไปมาได้ไหลลื่น ไม่มีสะดุด และไม่ต้องโหลดใหม่เวลาเปิดขึ้นมาอีกครั้ง โดยเราได้ทดสอบจริงก็ช่วยเรื่องนี้ได้มากๆ โดยเฉพาะแอปทั่วไปที่ไม่ใช่แอปเกมครับ

คะแนนการทดสอบบน AnTuTu v10 และ Geekbench 6

  • ผลคะแนนการทดสอบด้านประสิทธิภาพด้าน CPU, GPU และหน่วยความจำบน AnTuTu 10.3.6 ได้มาที่ 458,394 คะแนน
  • ผลคะแนนด้าน CPU บน Geekbench 6 ทำ Single-Core ไปที่ 915 คะแนน และ Multi-Core ที่ 2,225 คะแนน

ทดสอบเล่นเกม

แม้ว่าจะใช้ชิป Snapdragon 4 Gen 2 ซึ่งเป็นชิปรุ่นเล็กแต่การเล่นเกมที่เราทดสอบ 3 เกม บอกเลยว่าเกินคาดมากๆ ไม่ว่าจะเป็น ROV, PUBG Mobile และ Asphalt Legends Unite ซึ่งแต่ละเกมเล่นเป็นยังไงบ้าง เรามาดูกันครับ

ROV

เริ่มด้วยเกม ROV เราสามารถเปิดได้สูงสุดเท่าที่ตัวเกมให้เราเปิดได้ในรุ่นนี้ อยู่ที่การแสดงผล “สูง” + เฟรมเรท “สูง” เช่นกันครับ ซึ่งเฟรมเรทก็ทำได้ก็นิ่งมากๆ อยู่ที่ 60fps แทบตลอดทั้งเกมเลย ไม่มีดร็อปลงมาเลย ซึ่งจากต่ำสุดที่สังเกตได้จะอยู่ที่ประมาณ 57fps

PUBG Mobile

ส่วนเกมนี้ เราเปิดกราฟิกได้ที่ HD และเฟรมเรทสูง จากการเล่นหลายรอบก็ทำได้ดีทุกรอบ การเคลื่อนไหวบนหน้าจอทำได้ติดนิ้ว ไม่มีสะดุด และไม่มีจังหวะกระตุกเลย รวมถึงการกดสัมผัสบนหน้าจอก็ตอบสนองได้เร็วแบบเรียลไทม์เลย

Asphalt Legends Unite

และท้ายสุดเป็นเกมแข่งรถภาพสวยๆ ที่เราสามารถเปิดทุกอย่างได้สูงสุดแบบจัดเต็ม และสิ่งที่ได้คือการเล่นที่ไหลลื่น ภาพสวย ทั้งการเล่นหรือคัทซีน โดยแสงและเงาที่ได้ทำได้สวยงามมากๆ

แบตเตอรี่ BlueVolt ความจุใหญ่ 6500mAh เอาอยู่ได้ทั้งวัน

vivo Y39 5G ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่แบบ BlueVolt สูงถึง 6500mAh ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบเดียวกับที่ใช้งานในรุ่นเรือธงของ vivo แถมยังมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน vivo Y Series อีกด้วย ทำให้เราใช้งานได้นานเป็นพิเศษมากๆ ซึ่งในรีวิวนี้ก็ได้ใช้งานจริงเพื่อให้ทุกคนให้ได้ชมกันด้วย

เราพามาดูการใช้งานจริงของแบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh ของรุ่นนี้กันครับ เราได้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มในเวลา 10.08 น. ในตอนเช้า และบอกก่อนเลยว่าเราใช้งานต่อเนื่อง แบบไม่มีปิดหน้าจอเลยทั้งวัน โดยการใช้งานมาตามนี้ลย !
เริ่มแรกเราเปิดดูคลิปใน YouTube ตั้งแต่แบต 100% จนลดเหลือ 95% ในตอน 11.46 น. (นับง่ายๆ คือดูไปแล้ว 1 ชั่วโมง 40 นาที แบตหมดมาเพียง 5%) จากนั้นเราก็เริ่มทดสอบเครื่องด้วย AnTuTu และเล่นเกม โดยเกมแรกเป็น ROV ที่เปิดขึ้นมา จากนั้นก็ใช้งานงานรวมๆ 30 นาที แบตเหลือ 91% ครับ ซึ่งเราจะเห็นว่าเวลาการใช้งานหน้าจอนั้นจะตรงกับเวลาการชาร์จเต็มล่าสุด (หมายความว่าชาร์จเต็มปุ๊บ เราใช้งานทันทีแบบไม่มีพัก)

หลังจาก 90% ลงไป เราก็เล่นเกมหลายเกมสลับกันไป ไม่ว่าจะเป็น ROV, PUBG Mobile และ Asphalt ครับ ซึ่งหลังจากผ่านไป 6 ชั่วโมง 20 นาที หรือเป็นเวลา 16.28 น. ก็ยังให้แบตเตอรี่เหลือถึง 58% … เอาเป็นว่าใช้มาเกินครึ่งวันแล้ว แบตยังลดไม่ถึงครึ่ง !!

จากนี้เราก็ใช้งาน Facebook สลับกับแอปต่างๆ ไปเรื่อยๆ อย่าง YouTube และเล่นเกมต่อไปครับ จนใช้งานเป็นเวลา 10 ชั่วโมง 24 นาที เหลือแบตเหลืออยู่ที่ 27% ซึ่งหากใช้งานชีวิตประจำวันจริงๆ ก็จะเหลือเพียงพอแบบสบายๆ แต่เราไปกันต่อครับ !!

จาก 27% ในช่วงหัวค่ำ ก็มาเหลือ 5% ในตอน 22.18 น. ซึ่งใช้งานมาแล้วแบบต่อเนื่อง 12 ชั่วโมง 10 นาทีครับ

และจาก 5% ที่เหลือ เราก็ใช้งานต่อไปอีกนิดหน่อย ก็เหลือ 1% ตอน 22.28 น. ครับ

สรุปแล้วเราใช้แบต 6500mAh แบบต่อเนื่องไม่ปิดจอนานถึง 12.20 ชั่วโมง !!

ขอสรุปการใช้งานแบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh แบบใช้งานต่อเนื่องจากแบตเตอรี่ 100% มาจนถึง 1% ได้นานถึง 12 ชั่วโมง 20 นาที ซึ่งหลักๆ จะเป็นการเล่นเกม ตามด้วยดู YouTube และเล่น Facebook ซึ่งในชีวิตประจำวัน คงไม่มีใครที่เปิดหน้าจอไว้ตลอดแน่นอน ดังนั้นการใช้งานจริงก็ทำได้นานกว่านี้แน่นอนครับ เรียกว่า vivo Y39 5G เอาอยู่ตั้งแต่เช้าถึงดึกแน่นอน

เมื่อแบตใกล้หมด เราก็สามารถชาร์จเร็วได้ด้วย 44W FlashCharge ชาร์จตั้งแต่ 1-100% ในเวลาเพียง 83 นาทีเท่านั้น ทั้งยังมีระบบ Smart Charging ที่เป็นอัลกอลิธึมถนอมการชาร์จอัจฉริยะจาก vivo ให้ความปลอดภัยจากการชาร์จข้ามคืน ปรับแรงดันไฟอัตโนมัติ และยังช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่นานด้วย

ที่สำคัญ vivo Y39 5G ยังรับประกันสุขภาพแบตที่เหลือ 80% หลังจากใช้งานนาน 5 ปี หรือชาร์จถึง 1,500 รอบ ซึ่งในตัวเลขก็ได้ประโยชน์จากระบบระบายความร้อนที่ใหญ่ถึง 30,000 ตารางมิลลิเมตร ทำให้เครื่องไม่ร้อนจนเกินไปครับ

กล้องความละเอียดสูง 50MP

vivo Y39 5G มาพร้อมกับกล้องที่ให้ความละเอียดสูงสุด 50MP ถ่ายภาพได้สวยผ่านเซ็นเซอร์กล้องจาก Sony ทั้งยังมี HDR ที่ให้เราเอาอยู่ในทุกสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลาจริงๆ แต่ก่อนจะไปดูภาพตัวอย่าง เราขอสรุปสเปคกล้องอีกรอบสั้นๆ ไว้ตามนี้เลยครับ

  • เลนส์หลัก 50MP, f/1.8
  • เลนส์ Bokeh 2MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 8MP, f/2.0

กล้องหลักถ่ายสวย สีสันสดใส และมี HDR

การถ่ายภาพด้วยเลนส์หลักของ vivo Y39 5G ถ่ายได้สวย คมชัด และตอบสนองได้ไวหลังกดชัตเตอร์ โดยรองรับ HDR สำหรับการถ่ายย้อนแสงได้ค่อนข้างดีเลย มี AI ช่วยให้แสงฉากหน้าและฉากหลังสว่างเท่ากันทั้งภาพ ซึ่งทำได้ดีเลยหากเทียบกับราคาของรุ่นนี้ รวมถึงยังมีฟิลเตอร์ให้เราใช้งานอีกเป็น 10 แบบเพื่อให้ได้อารมณ์ของภาพที่แตกต่างกันด้วย

Portrait ถ่ายสวยตามสไตล์ของ vivo

แม้จะเป็นรุ่น Y Series แต่ vivo ก็ไม่ทิ้งสไตล์ของตัวเองในการถ่าย Portrait ไปเลย เพราะยังละลายหลังได้เนียน ปรับบิวตี้ได้สวยเป็นธรรมชาติ ทั้งยังมีการปรับโบเก้ถึง 3 แบบ คือ ธรรมชาติ โฟกัสแบบหมุน และฟองสบู่

เซลฟี่สวยเป็นธรรมชาติ

ไม่ใช่แค่กล้องหลังที่ Portrait ได้สวยเท่านั้น แต่กล้องหน้าเซลฟี่ก็ทำได้ดีด้วยความละเอียด 8MP ที่เก็บรายละเอียดบนใบหน้าได้ดี โดยมีการปรับความบิวตี้ได้ดี และยังคงได้สกินโทนที่ไม่เพี้ยนด้วย

AI Erase ถ่ายมาแล้วก็ลบได้เนียน

ใครที่ถ่ายภาพมาแล้ว ต้องการลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพ ในรุ่นนี้ก็มาพร้อมฟีเจอร์ AI Erase ให้ได้ใช้งานกันครับ สามารถวงเพื่อลบคนหรือวัตถุที่ไม่ต้องได้เลยทันที ทำได้เนียนและแต่งเติมส่วนที่ขาดให้ด้วย

AI Photo Enhance ปรับภาพเบลอให้ชัดขึ้นกว่าเดิม

ไม่ใช่แค่ AI Erase ที่ใส่เข้ามา แต่ยังมาพร้อม AI Photo Enhance ปรับความคมชัดของภาพให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นใบหน้าของบุคคลครับ

ถ่ายวิดีโอได้แบบ Dual View

ใครที่มาสายวิดีโอหรือถ่ายคลิปสั้น ก็จะมีฟีเจอร์ Dual View ที่ให้เราถ่ายกล้องหลังและกล้องหน้าได้พร้อมกันเลย โดยจะแบ่งเป็นครึ่ง-ครึ่งหน้าจอได้ หรือจะเป็นแบบหน้าต่างลอยก็ได้เช่นกันครับ

สรุปการใช้งาน vivo Y39 5G

สรุปสั้นๆ vivo Y39 5G นั้นเป็นสมาร์ตโฟนที่ “เอาอยู่ทุกความท้าทาย” จริงๆ บอกเลยว่าเรื่องของแบตเตอรี่ BlueVolt 6500mAh ในรุ่นนี้อึดมากจริงๆ เพราะเราทดสอบแบบทั้งวันตามที่ทำให้เห็นกันแล้ว เรียกว่าใช้งานจนท้อ (เพราะแบตไม่ยอมหมดง่ายๆ) ซึ่งเราใช้งานทั้งดูวิดีโอ เล่นโซเชียล และเล่นเกมสลับกันไป หากใครที่ไม่ได้เล่นเกม จะอยู่ได้นานแบบเกินวันแน่นอนครับ ขณะที่ชิปประมวลผลอย่าง Snapdragon 4 Gen 2 ก็ใช้งานได้ไหลลื่น พร้อมฟีเจอร์ต่างๆ ก็มีให้ใช้งานกันเพียบ และที่ขาดไม่ได้คือดีไซน์ที่สวยงามทั้ง 2 สี Ocean Blue และ Galaxy Purple แถมราคาก็สบายกระเป๋า เข้าถึงได้ง่าย ในงบไม่เกิน 8,000 บาท

ราคา vivo Y39 5G

vivo Y36 5G มีตัวเลือกทั้งหมด 2 สี คือ สีฟ้า Ocean Blue และสีม่วง Galaxy Purple มีความจุเดียวคือ RAM 8GB + ROM 256GB ราคาอยู่ที่ 7,999 บาท โดยเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่าน vivo Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

This website uses cookies to improve your experience. We'll assume you're ok with this, but you can opt-out if you wish. Accept Read More